" นายหน้านอกคอกหลอกเก็บค่าใช้จ่ายผู้ขาย"
บทความโดย คุณวิวัฒน์ ผุงประเสริฐ

    

     นายหน้าคือตัวกลางในการซื้อขายทรัพย์สินระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย  เมื่อนายหน้าปฏิบัติหน้าที่ดี และมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ จะมีส่วนช่วยในการซื้อขายเป็นอย่างมาก  แต่ก็มีนายหน้าบางรายที่เปิดตัวขึ้นมาเพื่ออาศัยวิชาชีพนี้หากินแบบฉ้อฉลไม่สุจริต  ซึ่งหากใครมาเจอนายหน้าประเภทนี้เข้า ก็โชคร้ายไป ดังเช่นเรื่องนี้ครับ

    เรื่องมีอยู่ว่า คุณเอนกต้องการจะขายที่ดินแปลงใหญ่ของตนเองที่อยู่ชานเมือง  จึงได้ลงโฆษณาประกาศขายในสื่อพิมพ์ฉบับหนึ่ง  หลังจากนั้น ก็ได้รับการติดต่อจากบริษัทนายหน้าแห่งหนึ่ง แจ้งว่า มีลูกค้าสนใจจะซื้อที่ดินแปลงนี้  ให้คุณเอนกนำเอกสารที่เกี่ยวข้องเข้าไปที่บริษัทโดยด่วน  คุณเอนกจึงเข้าไปที่บริษัทแห่งนี้  เมื่อได้คุยกับคุณวิชาซึ่งเป็นผู้จัดการบริษัท  จึงได้รับข้อมูลว่า ลูกค้าที่จะซื้อเป็นบริษัทต่างชาติ ต้องการจะใช้ที่ดินเพื่อทำโรงงาน  ทางบริษัทได้เสนอที่ดินให้พิจารณาหลายแปลง  แต่ลูกค้าสนใจเฉพาะแปลงนี้เพราะทำเลเหมาะสมที่สุด ทั้งราคาก็อยู่ในงบที่ตั้งไว้พอดี  หากคุณเอนกตกลงขายตามราคานี้ บริษัทก็จะพาผู้ซื้อเข้ามาดูและตกลงซื้อทันที

     เมื่อคุณเอนกตอบตกลง คุณวิชาจึงแจ้งว่า เนื่องจากเจ้าหน้าที่และกรรมการบริษัทต่างชาติมีหลายคน  ต้องเช่ารถหลายคันเพื่อพามาดูที่ดิน จึงต้องของบสนับสนุนค่ายานพาหนะจากคุณเอนกเป็นจำนวนเงิน 1 หมื่นบาท  คุณเอนกจึงขอคิดดูก่อน  หลังจากกลับไปปรึกษาครอบครัว จึงตกลงโอนเงินไปให้บริษัททนายหน้า 1 หมื่นบาท ด้วยเห็นว่าเป็นเงินไม่มากนัก เมื่อเทียบกับการขายที่ดินมูลค่าหลายสิบล้านบาท

     สัปดาห์ต่อมา คุณเอนกได้รับแจ้งจากคุณวิชาว่า ลูกค้าได้ตอบตกลงซื้อแล้ว  ขั้นตอนต่อไปคือต้องมีเอกสารใบประเมินราคา  ซึ่งบริษัทต่างชาติจำเป็นต้องใช้เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทใช้ประกอบการพิจารณาซื้ออย่างเป็นทางการ โดยใบประเมินราคาที่ว่านี้ ต้องออกโดยบริษัทประเมินราคาเท่านั้น  ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 40,000 บาท  แล้วก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่คุณเอนกต้องนำเรื่องนี้เข้าหารือกับที่บ้าน  และด้วยเหตุผลที่ว่าผู้ซื้อได้ตกลงซื้อแล้ว เพียงแต่รอเอกสารใบประเมินเท่านั้น  เงินอีก 40,000บาท จึงถูกโอนไปให้บริษัทนายหน้าเป็นครั้งที่สอง

     ไม่นานหลังจากนั้น คุณเอนกก็ได้รับแจ้งจากคุณวิชาด้วยน้ำเสียงลิงโลดว่า คณะกรรมการบริษัทได้ผ่านมติเห็นชอบให้ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้ว โดยกำหนดให้โอนกรรมสิทธิ์ภายใน 2 เดือน  ขั้นตอนต่อไปคงเป็นเรื่องของการจัดเตรียมเอกสารของบริษัท ขอให้คุณเอนกรอฟังข่าว  ซึ่งสัปดาห์ต่อมา คุณวิชาแจ้งกลับมาว่า มีเรื่องติดขัดเล็กน้อย เนื่องจากขั้นตอนการจัดซื้อในบริษัทต่างชาติต้องเกี่ยวพันกับหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายกฏหมาย ฝ่ายการเงิน และฝ่ายที่ปรึกษา  โดยบอกว่าอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายบ้างเพื่อให้ขั้นตอนต่างๆ ดำเนินไปเร็วขึ้น เป็นเงินอีก 70,000บาท  คุณเอนกถามว่าแล้วจะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มเติมอีกไหม  คุณวิชาบอกว่าไม่มีอีกแล้ว และจะพร้อมนัดโอนได้ทันที

     สถานะการณ์มับค่อยๆ บีบให้คุณเอนกทยอยจ่ายเงินออกมา  และเม็ดเงินก้อนสุดท้ายอีก 70,000บาท ก็ได้ไหลออกจากกระเป๋าไปโดยไม่มีวันหวนกลับ  เบ็ดเสร็จเป็นเงินรวม 120,000บาท  ซึ่งเรื่องก็จบลงอย่างที่คุณเอนกหวั่นใจไว้ คือไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้น  ส่วนนายวิชาก็อาศัยวิชาตัวเบาหลบหลีกบ่ายเบี่ยงไปเรื่อยๆ  ผมได้มีโอกาสรับเรื่องร้องทุกข์จากคุณเอนกในฐานะ กรรมการจรรยาบรรณ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์  ซึ่งก็ทำได้แค่เพียงแสดงความเห็นใจ เนื่องจากบริษัทนายหน้าดังกล่าวไม่ได้เป็นสมาชิกของสมาคมฯ  แต่ก็ได้แนะนำให้ไปแจ้งความกับตำรวจ  เผื่อว่าหากเข้าข่ายฉ้อโกง อาจได้ลากคอชาว 18 มงกุฏเข้าไปพักยาวกันซะบ้าง  ไม่น่าเชื่อว่าคนเราจะเสียท่ากันได้ง่ายๆ เช่นนี้  คนที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์คงไม่มีวันจะเข้าใจ  เอาเป็นว่าครั้งต่อไป อย่าลืมเรียกใช้บริการเฉพาะ  นายหน้าที่สังกัด สมาคมนายหน้าอสังหาฯ  เท่านั้นนะ  จะได้ไม่ต้องโดนอีกไง  ตัวเอง