|
"
ที่ดินตาบอดตาใส"
บทความโดย คุณวิวัฒน์ ผุงประเสริฐ
ที่ดินแปลงใดก็ตามที่ไม่ติดทางสาธารณะประโยชน์ เราจะเรียกกันตามประสาชาวบ้านว่า ที่ดินตาบอด ซึ่งที่ดินลักษณะนี้ จะนำมาใช้ประโยชน์ลำบาก เพราะเข้าออกไม่ได้ ฉนั้น เวลาจะซื้อที่ดินสักแปลง ก็ควรตรวจสอบดูให้ละเอียดสักหน่อยว่า ติดทางสาธารณะประโยชน์หรือไม่ โดยดูจากรูปผังที่ดินในตัวโฉนด หากมีคำว่า ทางสาธารณะประโยชน์ ติดด้านใดด้านหนึ่งของผังที่ดิน เป็นอันเชื่อขนมกินได้เลยว่าไม่ตาบอดแน่ แต่หากผมจะบอกว่า ผมมีที่ดินแปลงพิเศษที่ ติดทางสาธารณะประโยชน์ แต่ไม่มีทางออกสู่ทางสาธรณะประโยชน์ หลายคนอาจสวนกลับทันทีว่า เฮ้ย เป็นไปได้ไง อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ เอ้า ใครอยากรู้ขยับเข้ามา จะเล่าให้ฟัง เมื่อต้นปีนี้ ผมได้รับมอบหมายให้ขายที่ดินติดชายทะเลจังหวัดประจวบฯ แปลงหนึ่ง เนื้อที่ประมาณ 200 ตรว. ตั้งราคาไม่แพง ดูรูปที่จากหน้าโฉนด ด้านหน้าติดทะเล ด้านหลังติดถนนสาธารณะประโยชน์ ที่ดินลักษณะนี้ มันตรงสเปคลูกค้าหลายคนทีเดียว โดยไม่รอช้า ผมรีบชวนแม่อีหนูโดดขึ้นรถโฟร์วีลคู่ใจ บึ่งไปดูที่ทันที คิดในใจว่าหากมันสวยถูกใจจริงๆ ก็อาจซื้อไว้เอง แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าจะไปขุดเงินมาจากไหน แชร์ก็เปียมาหมดแล้วทุกมือ จะกู้แบงค์รึ พ่อเจ้าประคุณก็จะอิดเอื้อนกันไปหมดทุกแบงค์ คิดอะไรเพลินๆ แป๊ปเดียว ก็มาถึงชายทะเลซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางแล้ว ดูตามแผนที่ ต้องขับรถลัดเลาะเลียบชายหาดไปตามถนนดินคล้ายทางเกวียนมีสภาพเป็นป่ารก ถูกกิ่งไม้และคมหนามเบียดสีข้างรถส่งเสียงดังกรีดเข้าไปในหัวใจของคนรักรถอย่างผม จับระยะทางได้ประมาณ 500 เมตร ก็มาถึงที่ดินแปลงที่บอกขาย จอดรถเดินลุยป่าหนามออกมาที่ชายหาด แม่เจ้าโว้ย ภาพที่ปรากฏต่อหน้าคือชายหาดที่กว้างขาวสะอาด น้ำทะเลใส ยังกะในหนังเรื่องเดอะบีชก็ไม่ปาน น่าสนแฮะ ผมบอกกับแม่อีหนู ซึ่งยืนซึมพยักหน้าอยู่ข้างๆ ด้วยความอยากได้จนเนื้อเต้น เรานั่งดื่มด่ำกับธรรมชาติอยู่นานจนท้องร้องเตือนว่าเลยเวลาอาหารเที่ยงมานานแล้วจ้า จึงเดินทางออกมาด้วยความอาลัย ขณะที่ขับรถฝ่าดงหนาม ใจก็นึกตำหนิ อบต.ในพื้นที่ ที่ช่างปล่อยให้เส้นทางรกจัง ไม่คิดจะปรับปรุงกันมั่งหรือไง คิดไปเรื่อยเปื่อยจนมาพบคนกำลังต้อนฝูงวัวอยู่ข้างทาง จึงจอดรถลงไปคุยด้วย โดยตั้งใจจะถามเรื่องการปรับปรุงถนนของอบต. แต่กลับได้รับข้อมูลที่ฟังดูน่าตกใจมากว่า ทางที่เราขับรถเข้ามานั้น เขาเป็นเจ้าของ ไม่ใช่ทางสาธารณะประโยชน์ และที่ร้ายกว่านั้นคือ ที่ดินที่เราเข้าไปดูกันนั้น เป็นที่ตาบอด ซึ่งเจ้าของเดิมเขาแบ่งแปลงหลอกขายให้คนกรุงเทพไปหมดนานแล้ว เอ๊ะ มันชักจะยังไงแล้วซิ ออกจากที่นั่น ผมก็ดิ่งตรงไปยังสำนักงานที่ดินเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที หลังจากที่ได้ขอดูทั้งผังระวางใหญ่ และโฉนดแปลงข้างเคียงแล้ว ปรากฏว่า ที่ดินชายทะเลแปลงนี้ เป็นที่ดินตาบอดจริงๆ โดยเจ้าหน้าที่ได้พยายามอธิบายให้ฟังอย่างไม่ค่อยน่าเชื่อถือนักว่า ถึงแม้ที่แปลงนี้จะติดทางสาธารณะตามที่ปรากฏในโฉนด แต่เป็นทางที่ใช้เฉพาะในกลุ่ม โดยไม่มีทางต่อเชื่อมกับทางสาธารณะด้านนอก ซึ่งไม่อาจเข้าออกจากถนนด้านนอกได้ จึงมีสภาพเป็นที่ตาบอด ผมจึงแย้งไปว่า ถ้าอย่างนั้นจะไปเขียนลงบนโฉนดว่าติดทางสาธารณะประโยชน์ได้อย่างไร ในเมื่อเป็นที่ตาบอด ไม่เข้าข่ายหลอกลวงกันหรือ ก็ได้รับคำตอบแบบอ้อมแอ้มกลับมาว่า หากใครจะยกที่ดินตรงไหนก็ได้ ให้เป็นทางสาธารณะ เราก็ต้องรับเอาไว้ จะปฏิเสธไม่ได้ เออ ให้มันได้ยังงี้สิ ผมเดินคอตกออกมาจากสนง.ที่ดินด้วยความมึนงงและสับสน พร้อมกับความรู้ใหม่ที่จะนำไปสอนน้องๆ ในวงการ ซึ่งจากความเข้าใจเดิมๆ ที่ดินแปลงใดติดทางสาธารณะประโยชน์เราจะเรียกกันว่า ที่ตาดี และที่ดินที่ไม่ติดทางสาธารณะประโยชน์เราเรียกกันว่า ที่ตาบอด แต่บัดนี้ ได้มีปรากฏการณ์ใหม่ขึ้นมาแล้วคือ ที่ดินที่ติดทางสาธารณะประโยชน์ อาจเป็นที่ตาบอดได้ และ ที่ดินตาบอดก็ยังสามารถอยู่ติดกับทางสาธารณะประโยชน์ได้ เอ้ ทีนี้เราจะเรียกที่ดินประเภทนี้ว่าอะไรดีละ ที่ตาบอดตาใส หรือไง ?
|